Recent twitter entries...

  •  

เกมส์โบวลิ่งออนไลน์

0

Posted on : 04-09-2011 | By : admin | In : Linux, เกมส์

วันนี้บังเอิญได้ไปเจอเว็บนึงซึ่งมีเกมส์ออนไลน์แบบไทยๆ เกมส์ที่เป็นเกมส์ล่าสุดคือ เกมส์โบวลิ่ง ก็นับว่าทำได้ดีและสนุกมากทีเดียว รูปข้างล่างนี้เป็นหน้าแรกของเกมส์ครับ

จะว่าไปโบวลิ่งก็เป็นที่นิยมพอสมควรเลยในบ้านเรา เล่นกันมาหลายสิบปีแล้ว ปัจจุบันที่นิยมก็เห็นจะเป็นโบวลิ่งที่อยู่ตามห้างต่างๆโดยมักจะเป็นเจ้าของเดียวกับโรงหนัง

กติกาโบวลิ่งก็ไม่ยาก โยนไปเก็บพินให้หมด โดย 1 ตา โยนได้ 2 ครั่ง ถ้าเก็บหมดในครั้งเดียวเรียกว่า Strike ถ้าเก็บหมดใน 2 ครั้งเรียกว่า Spare ในการเล่นก็ต้องพยายามเก็บให้ได้มากที่สุดนั่นเอง

คะแนนสูงสุดในเกมส์โบวลิ่ง คือ 300 คะแนน นั่นหมายความว่าต้องเก็บ Strike ให้ได้ทุกเกมส์นั่นเอง

สำหรับในเวอร์ชั่นของ เกมส์โบวลิ่งออนไลน์ ที่ทำออกมาก็ถือว่าง่ายครับ เรียนรู้แป๊บเดียวก็เก่งได้แล้ว จะทำ Strike Spare ก็จัดได้ว่าง่าย

ใครสนใจเล่นเกมส์โบวลิ่งออนไลน์ ก็ไปที่เว็บนี้ครับ http://game.meemodel.com สนุกมากๆ นอกจาก เกมส์โบวลิ่งออนไลน์แล้วก็ยังมี เกม อีกมากมายเลยทีเดียว ลองดู ของคนไทยครับ

 

การ yum จากแผ่น cd dvd CentOS

0

Posted on : 15-04-2011 | By : admin | In : CentOS, Linux

ปกติเวลาที่เราต้องการลงโปรแกรมอะไรเพิ่มใน CentOS เราคงคุ้นเคยกับการใช้คำสั่ง yum เช่น

yum install httpd

yum install mysqld

นี่คือในกรณีที่เราสามารถต่อ internet ได้ แต่ในกรณีที่เราไม่สามารถเชื่อมต่อกับ internet ได้ แต่เรามีแผ่น  cd/dvd ของ OS เราก็สามารถใช้คำสั่ง yum ได้เช่นกัน โดยมีขั้นตอนดังนี้

ขั้นที่ 1 ใส่แผ่น cd dvd แล้ว mount ใ้ห้เรียบร้อย

# mount /dev/cdrom /media/cdrom

ขั้นที่ 2 แก้ไขไฟล์ CentOS-Media.repo เพื่อให้สามารถใช้คำสั่ง yum โดยตรงจากแผ่น cd หรือ dvd ได้

# vi /etc/yum.repos.d/CentOS-Media.repo

แก้ไขบรรทัดนี้ให้ ตามนี้

enabled=1

จากนั้น save ไฟล์

ขั้นที่ 3 ใช้คำสั่ง yum

# yum –disablerepo=\* –enablerepo=c5-media install pacakge-name

หรือก็เหมือนกับคำสั่ง yum ทั่วไป สามารถใช้ group install ได้

# yum –disablerepo=\* –enablerepo=c5-media groupinstall ‘Virtualization’

เท่านี้ก็เป็นอันเรียบร้อย

โปรแกรมอัดเสียง บันทึก/ตกแต่งเสียงบน Linux

0

Posted on : 08-03-2011 | By : admin | In : Linux, อัดเสียง

ผมได้ยินคำถามบ่อยๆ ว่าบน Linux มีโปรแกรมประเภทอัดเสียง บันทึกเสียง ตกแต่งเสียงดีๆไหม วันนี้ผมเลยมีโปรแกรมตัวหนึ่งเอามาฝาก ที่สำคัญฟรี ด้วยครับ

Audacity เป็นโปรแกรม freeware ที่มีความสามารถสูง มีการพัฒนาต่อเนื่องยาวนาน

ความสามารถหลักๆ

  • อัดเสียงสด.
  • บันทึกเสียงจาก tape เป็น digital หรือ CDs.
  • สามารถแก้ไขไฟล์ Ogg Vorbis, MP3, WAV หรือ AIFF.
  • ตัดต่อและมิกซ์เสียง
  • เปลี่ยนความเร็วและระดับความสูงต่ำของเสียงได้.
  • มี effect ให้ใช้ ได้แก่ Echo, Phaser, Wahwah, Reverse
  • อัดได้สูงสุด 96 kHz.

ใครอยากใช้โปรแกรมฟรีดีๆในการอัดเสียง ลองโหลดไปใช้ได้จากเว็บ http://audacity.sourceforge.net/

สำหรับคนที่อยากได้งานแบบมืออาชีพ แนะนำ ห้องอัดเสียง Amore Studio ของรุ่นพี่ผมครับ

tcpdump คำสั่ง debug ปัญหาใน network

0

Posted on : 07-03-2011 | By : admin | In : debug, Linux, network

สำหรับใครก็ตามที่ทำงานทางด้าน network คงคุ้นเคยกับโปรแกรม Wireshark ( ชื่อเดิม Ethereal ) เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นโปรแกรมที่ต้องมีเอาไว้ใช้ดูรายละเอียดของข้อมูลใน packet tcp ว่าเป็นยังไง ถูกต้องไหม

ใน Linux ก็มี tool คล้ายๆกัน แถมยังเป็นคำสั่งพื้นฐานที่ติดมาให้โดย default อยู่แล้ว ถือได้ว่าสะดวกมาก

คำสั่งนั้นก็คือ tcpdump นั่นเอง

Option ต่างๆของคำสั่ง tcpdump

-i ชื่อ interface : Capture ทุก packet ที่วิ่งผ่าน interface
-n : ไม่ต้อง resolve hostnames.
-nn : ไม่ต้อง resolve hostnames หรือ port names.
-X : แสดง  packet contents ทั้งในรูปฐาน 16 และ ASCII.
-XX : เหมือน -X, แต่แสดง ethernet header ด้วย.
-v, -vv, -vvv : เพิ่มรายละเอียดของ packet.
-c : ระบุจำนวน  packets เมื่อครบแล้วหยุด.
-S : แสดง absolute sequence numbers.
-e : แสดง  ethernet header.
-q : แสดง protocol information น้อยลง.
-E : ถอดรหัส IPSEC traffic โดยระบุ encryption key.
-s : ตั้งค่าความยาวของ packet (bytes).

ตัวอย่างการใช้งาน

## Capture ทุก packet ที่วิ่งผ่าน eth0

tcpdump -i eth0

## Capture ทุก packet ที่วิ่งผ่าน eth0 ที่ส่งมาหรือส่งไป ip 192.168.1.1

tcpdump -i eth0 host 192.168.1.1

## Capture ทุก packet ที่วิ่งผ่าน eth0 ที่ส่งผ่าน port 80

tcpdump -i eth0 port 192.168.1.1

## Capture ทุก packet ที่วิ่งผ่าน eth0 ที่ส่งผ่าน port 80 ของ host 192.168.1.1

tcpdump -i eth0 port 192.168.1.1 and host 192.168.1.1

## ถ้ามีหลายเงื่อนไข

tcpdump -i eth0 ‘host 203.192.33.106 and (port 1812 or 1813)’

## Cature เป็นไฟล์

tcpdump -i eth0 -w (file name)

## Cature ทั้งหมด ทั้ง header และ data เป็นไฟล์

tcpdump -i eth0 -s 65535 -w (file name)

## อ่านไฟล์ ที่ Capture

tcpdump -r (file name)

สร้างข้อความต้อนรับ เวลา SSH

0

Posted on : 26-01-2011 | By : admin | In : Linux

หลายๆคนคงสงสัยว่าในบ้างครั้ง เวลาที่เรา ssh เข้าไปที่ที่ server เครื่องหนึ่ง บางครั้งมีข้อความต้อนรับปรากฏขึ้นแสดงด้วย ดังภาพตัวอย่าง

เราสามารถสร้างขึ้นมาได้อย่างง่ายดายโดยการแก้ไขไฟล์ที่มีชื่อว่า /etc/motd

จากนั้นจะใส่อะไรก็ได้เลยครับ

apache คือ ? คำถามที่ได้ยินบ่อย

0

Posted on : 07-01-2011 | By : admin | In : Apache, Linux

apache คืออะไร ? สำหรับคนที่ไม่เคยทำ server คงเคยได้ยินชื่อนี้จากหนังสงคราม ( เฮลิคอร์ปเตอร์ รุ่นหนึ่ง )

แต่โดยปกติแล้ว apache ที่เราได้ใช้กันบ่อยๆจริงๆ คงเป็นเจ้าตัวโปรแกรม web server ตัวหนึ่ง ( โปรแกรมที่ทำให้เครื่องเราบริการเว็บเพจได้ ) ซึ่งเป็นโปรแกรมแบบ open source ( นำไปใช้และปรับแต่งได้ฟรี ภายใต้เงื่อนไข ) และเป็นโปรแกรมที่นิยมใช้กันอย่างที่สุดก็ว่าได้ เนื่องจากมันฟรี ดี เสถียร จนได้กลายเป็นมาตรฐานไปแล้ว ( กว่า 60 % ของเครื่องให้บริการเว็บเพจ ใช้ apache )

apache มีทั้ง version ที่ลงบน Windows และ Linux และทำงานเข้ากันได้กับภาษาที่เป็นที่นิยมอย่าง php รวมทั้ง database mysql

ใครสนใจตัว apache สามารถดาวโหลดและใช้งานได้ฟรีจากเว็บ http://www.apache.org ครับ

สำหรับใครที่ใช้ Linux ในแผ่นจะมี apache อยู่แล้ว โดยเลือกลงโปรแกรม web server หรือใครไม่มีลอง yum install httpd ก็ได้ (ตระกูล Redhat , CentOS )

CPAN ตัวรวบรวม library ภาษา Perl

0

Posted on : 27-12-2010 | By : admin | In : CentOS, directadmin, Linux

CPAN เป็นที่รวบรวมมอดูลและไลบรารีต่างๆ ให้ภาษา Perl สามารถใช้ในการติดตั้ง packages ต่างของภาษา Perl ได้อย่างง่ายดาย

CPAN คล้ายกับ PEAR ของ PHP นั่นเอง

การติดตั้ง cpan

ใน CentOS สามารถใช้คำสั่ง

yum install perl-libwww-perl

เพื่อน install ตัว cpan ได้เลย

ตัวอย่างการเข้า shell ของ cpan

[root@serverscripts]# cpan
cpan>

เมื่อต้องการ install package ใดๆ ก็ใช้คำสั่ง

cpan>install Archive::Tar

เมื่อต้องการออกจาก cpan shell ให้ใช้คำสั่ง exit

นอกจากนี้ที่ prompt ของ system สามารถ สั่งงานได้เลยโดยไม่ต้องเข้า shell ของ CPAN เช่น

[root@serverscripts]#cpan install Archive::Tar Digest::SHA IP::Country Razor2 Net::Ident Mail::DKIM

ตัวนี้จะจำเป็นเวลาที่เราต้องการลงโปรแกรมที่ใช้ libraries ต่างๆของ Perl จำนวนมาก เช่น Spamassasin เป็นต้น

ปรับแต่ง kernel รีดพลังให้ Linux

0

Posted on : 22-12-2010 | By : admin | In : CentOS, Linux

โดยปกติแล้วโดย default Linux จะตั้งค่าของ kernel มาให้แล้ว แต่แน่นอนว่าจะเป็นค่ากลางๆ สำหรับ hardware แบบกลางๆ

ถ้าหากเราต้องการรีดพลังให้สูงสุด เราสามารถทำได้ดังนี้
1. แก้ไขไฟล์ /etc/sysctl.conf
ตัวอย่างไฟล์ sysctl แบบที่ปรับแต่งแล้ว
# Kernel sysctl configuration file for Red Hat Linux
#
# For binary values, 0 is disabled, 1 is enabled.  See sysctl(8) and
# sysctl.conf(5) for more details.
# Controls IP packet forwarding
net.ipv4.ip_forward = 0
# Controls source route verification
net.ipv4.conf.default.rp_filter = 1
# Do not accept source routing
net.ipv4.conf.default.accept_source_route = 0
# Controls the System Request debugging functionality of the kernel
kernel.sysrq = 0
# Controls whether core dumps will append the PID to the core filename
# Useful for debugging multi-threaded applications
kernel.core_uses_pid = 1
# Controls the use of TCP syncookies
net.ipv4.tcp_syncookies = 1
# Controls the maximum size of a message, in bytes
kernel.msgmnb = 65536
# Controls the default maxmimum size of a mesage queue
kernel.msgmax = 65536
# Controls the maximum shared segment size, in bytes
kernel.shmmax = 4294967295
# Controls the maximum number of shared memory segments, in pages
kernel.shmall = 268435456
# Disables packet forwarding
net.ipv4.ip_forward=0
# Disables IP source routing
net.ipv4.conf.all.accept_source_route = 0
net.ipv4.conf.lo.accept_source_route = 0
net.ipv4.conf.eth0.accept_source_route = 0
net.ipv4.conf.default.accept_source_route = 0
# Enable IP spoofing protection, turn on source route verification
net.ipv4.conf.all.rp_filter = 1
net.ipv4.conf.lo.rp_filter = 1
net.ipv4.conf.eth0.rp_filter = 1
net.ipv4.conf.default.rp_filter = 1
# Disable ICMP Redirect Acceptance
net.ipv4.conf.all.accept_redirects = 0
net.ipv4.conf.lo.accept_redirects = 0
net.ipv4.conf.eth0.accept_redirects = 0
net.ipv4.conf.default.accept_redirects = 0
# Disables IP source routing
net.ipv4.conf.all.accept_source_route = 0
net.ipv4.conf.lo.accept_source_route = 0
net.ipv4.conf.eth0.accept_source_route = 0
net.ipv4.conf.default.accept_source_route = 0
# Enable IP spoofing protection, turn on source route verification
net.ipv4.conf.all.rp_filter = 1
net.ipv4.conf.lo.rp_filter = 1
net.ipv4.conf.eth0.rp_filter = 1
net.ipv4.conf.default.rp_filter = 1
# Disable ICMP Redirect Acceptance
net.ipv4.conf.all.accept_redirects = 0
net.ipv4.conf.lo.accept_redirects = 0
net.ipv4.conf.eth0.accept_redirects = 0
net.ipv4.conf.default.accept_redirects = 0
# Disables the magic-sysrq key
kernel.sysrq = 0
# Decrease the time default value for tcp_fin_timeout connection
net.ipv4.tcp_fin_timeout = 15
# Decrease the time default value for tcp_keepalive_time connection
net.ipv4.tcp_keepalive_time = 1200
# Turn off the tcp_window_scaling
net.ipv4.tcp_window_scaling = 0
# Turn off the tcp_sack
net.ipv4.tcp_sack = 0
# Turn off the tcp_timestamps
net.ipv4.tcp_timestamps = 0
net.ipv4.tcp_syncookies = 1
# Enable ignoring broadcasts request
net.ipv4.icmp_echo_ignore_broadcasts = 1
# Enable bad error message Protection
net.ipv4.icmp_ignore_bogus_error_responses = 1
# Log Spoofed Packets, Source Routed Packets, Redirect Packets
net.ipv4.conf.all.log_martians = 1
# Increases the size of the socket queue (effectively, q0).
net.ipv4.tcp_max_syn_backlog = 1024

# Kernel sysctl configuration file for Red Hat Linux## For binary values, 0 is disabled, 1 is enabled.  See sysctl(8) and# sysctl.conf(5) for more details.
# Controls IP packet forwardingnet.ipv4.ip_forward = 0
# Controls source route verificationnet.ipv4.conf.default.rp_filter = 1
# Do not accept source routingnet.ipv4.conf.default.accept_source_route = 0
# Controls the System Request debugging functionality of the kernelkernel.sysrq = 0
# Controls whether core dumps will append the PID to the core filename# Useful for debugging multi-threaded applicationskernel.core_uses_pid = 1
# Controls the use of TCP syncookiesnet.ipv4.tcp_syncookies = 1
# Controls the maximum size of a message, in byteskernel.msgmnb = 65536
# Controls the default maxmimum size of a mesage queuekernel.msgmax = 65536
# Controls the maximum shared segment size, in byteskernel.shmmax = 4294967295
# Controls the maximum number of shared memory segments, in pageskernel.shmall = 268435456
# Disables packet forwardingnet.ipv4.ip_forward=0
# Disables IP source routingnet.ipv4.conf.all.accept_source_route = 0net.ipv4.conf.lo.accept_source_route = 0net.ipv4.conf.eth0.accept_source_route = 0net.ipv4.conf.default.accept_source_route = 0
# Enable IP spoofing protection, turn on source route verificationnet.ipv4.conf.all.rp_filter = 1net.ipv4.conf.lo.rp_filter = 1net.ipv4.conf.eth0.rp_filter = 1net.ipv4.conf.default.rp_filter = 1
# Disable ICMP Redirect Acceptancenet.ipv4.conf.all.accept_redirects = 0net.ipv4.conf.lo.accept_redirects = 0net.ipv4.conf.eth0.accept_redirects = 0net.ipv4.conf.default.accept_redirects = 0

# Disables IP source routingnet.ipv4.conf.all.accept_source_route = 0net.ipv4.conf.lo.accept_source_route = 0net.ipv4.conf.eth0.accept_source_route = 0net.ipv4.conf.default.accept_source_route = 0
# Enable IP spoofing protection, turn on source route verificationnet.ipv4.conf.all.rp_filter = 1net.ipv4.conf.lo.rp_filter = 1net.ipv4.conf.eth0.rp_filter = 1net.ipv4.conf.default.rp_filter = 1
# Disable ICMP Redirect Acceptancenet.ipv4.conf.all.accept_redirects = 0net.ipv4.conf.lo.accept_redirects = 0net.ipv4.conf.eth0.accept_redirects = 0net.ipv4.conf.default.accept_redirects = 0
# Disables the magic-sysrq keykernel.sysrq = 0
# Decrease the time default value for tcp_fin_timeout connectionnet.ipv4.tcp_fin_timeout = 15
# Decrease the time default value for tcp_keepalive_time connectionnet.ipv4.tcp_keepalive_time = 1200
# Turn off the tcp_window_scalingnet.ipv4.tcp_window_scaling = 0
# Turn off the tcp_sacknet.ipv4.tcp_sack = 0
# Turn off the tcp_timestampsnet.ipv4.tcp_timestamps = 0
net.ipv4.tcp_syncookies = 1
# Enable ignoring broadcasts requestnet.ipv4.icmp_echo_ignore_broadcasts = 1
# Enable bad error message Protectionnet.ipv4.icmp_ignore_bogus_error_responses = 1
# Log Spoofed Packets, Source Routed Packets, Redirect Packetsnet.ipv4.conf.all.log_martians = 1
# Increases the size of the socket queue (effectively, q0).net.ipv4.tcp_max_syn_backlog = 10242.

2. หลังจากนั้นใช้คำสั่ง sysctl -p เพื่อใช้ค่าใหม่โดยไม่ต้อง boot เครื่อง หรือ reboot เครื่องใหม่เลยก็ได้

เทคนิดการลบ file ใน Linux กรณีไฟล์เยอะๆ

0

Posted on : 13-12-2010 | By : admin | In : CentOS, Linux

ในบางครั้ง files ใน directory ของเราอาจจะมีจำนวนมาก จนกระทั่งเมื่อเราต้องการลบโดยคำสั่ง rm -f (ชื่อไฟล์) จะไม่สามารถลบได้ ( error จะขึ้นว่า /bin/rm: Argument list too long )

ให้ใช้คำสั่ง find แทน แล้วตามด้วย argument xargs rm -f ก็จะสามารถลบได้

ตัวอย่างคำสั่ง find . -name spam* | xargs rm -f

อีกเทคนิคนึงที่ผมชอบใช้คือ ในกรณีที่ต้องการลบไฟล์ทั้งหมดใน directory นั้น ก็ลบ directory ทิ้ง แล้วค่อยสร้างขึ้นมาใหม่ก็ได้

การทำ sub-interface บน Linux

0

Posted on : 04-12-2010 | By : admin | In : CentOS, Linux
ในบางครั้งเรามีความต้องการที่จะให้ 1 interface มีหลาย ip เพื่อประโยชน์บางอย่าง เช่น ใช้ Linux เป็น Router , ให้บริการ network หลายๆวง ฯลฯ
กรณีต้องการทำ sub interface ( 1 interface มีหลาย ip ) มีขั้นตอนดังนี้
1. copy file /etc/sysconfig/network-scripts/ifcfg-eth0 ( กรณีเป็น Ethernet 0 ) ไปเป็น /etc/sysconfig/network-scripts/ifcfg-eth0:1
2. ใช้โปรแกรม vi editor แก้ไขไฟล์ /etc/sysconfig/network-scripts/ifcfg-eth0:1
3. แก้บรรทัดที่เขียนว่า DEVICE=eth0 เป็น DEVICE=eth0:1
4. แก้ไข ip address และ parameters อื่นๆให้เรียบร้อย
5. Restart network service ด้วยคำสั่ง service network restart
6. ใช้คำสั่ง ifconfig เพื่อเช็คดู interface ที่สร้างขึ้นใหม่

7. ทดลอง ping ไป ที่ ip ของเครื่องในวงเดียวกันกับ sub interface