Recent twitter entries...

  •  

Linux ลืม password root ทำไงดี

3

Posted on : 30-03-2010 | By : admin | In : CentOS, Linux

เชื่อว่าคงจะมีบางครั้งที่หลายๆคนจำเป็นจะต้อง login เข้า server ทั้งๆที่ไม่รู้ password ของ root ( คนเก่าลาออก,admin ไม่อยู่ เป็นต้น ) หรืออาจจะเป็นความสะเพร่าของเราเองที่จำ password ที่ set เอาไว้ไม่ได้ นี่คือสิ่งที่จะต้องทำในกรณีนี้

เตรียมตัว อุปกรณ์ให้พร้อม

เตรียม Keyboard , จอ monitor ต่อเข้ากับ server ที่เราต้องการ login เข้าไป

ขั้นตอน

หลังจากต่อ Keyboard และ monitor แล้วให้ reboot เครื่อง

1. ตอนนี้เข้าหน้า GRUB menu (หน้าที่นับถอยหลัง 5 4 3 2 1 ) ให้กดปุ่มอะไรก็ได้เพื่อให้เลือก GRUฺ menu ได้

2. ที่ menu “Red Hat Enterprise Linux ที่มี kernal version ที่เราต้องการ boot ให้กด a

3. ไปที่สุดบรรทัด กด space bar 1 ทีแล้วพิมพ์ single กด enter เพื่อเข้าสู่ single mode

4. หลังจาก boot เข้าไปเรียบร้อยใช้คำสั่ง #passwd root เพื่อแก้ไข password ใหม่

5. reboot ใหม่อีกครั้งตามปกติ

centos grub

การใช้งาน vi editor

3

Posted on : 29-03-2010 | By : admin | In : Linux

vi editor เรียกได้ว่าเป็น editor คู่บุญของระบบ Linux และ Unix ผู้ใช้งานจำเป็นอย่างที่สุดที่จะต้องสามารถใช้งาน vi editor ได้อย่างคล่องแคล่ว ดังนั้นเรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับเจ้า vi editor กันดีกว่า

เรียกใช้ vi editor

การเรียกใช้ vi editor ก็ง่ายๆให้พิมพ์ว่า vi ตามด้วยชื่อไฟล์

เช่น #vi name1.txt

จะเป็นการ edit ไฟล์ name1.txt (ถ้าไม่มีจะสร้างขึ้นใหม่เลย)

โหมดการทำงาน

มี 2 โหมดคือ

1. โหมด command – จะ save จะ quit จะค้นหาต้องอยู่ในโหมดนี้

2. โหมดการพิมพ์ – เมื่อทำการกด i หรือ a จะเข้าสู่โหมดนี้ ใช้แก้ไขข้อมูลในไฟล์

การสลับระหว่างโหมดให้ใช้ปุ่ม Esc ( คิดอะไรไม่ออกกด Esc ไว้ก่อน )

การกระทำการ (Operator)

เมื่ออยู่ในโหมด command เราสามารถใช้ปุ่มเหล่านี้กระทำการได้

  • i = เพิ่มตัวอักษร (insert) เป็นการเข้าสู่โหมดการพิมพ์
  • I = เพิ่มตัวอักษรต้นบรรทัด
  • x = ลบตัวษรทีละ 1 ตัว
  • 10x = ลบตัวอักษร 10 ตัว
  • dw = ลบทั้งคำ
  • dd = ลบทั้งบรรทัด
  • 10dd = ลบ 10 บรรทัด
  • yy = yank หมายถึง Copy ทั้งบรรทัด
  • p = วาง (Paste) วางบรรทัดล่างจาก Cursor อยู่
  • P = วาง (Paste) วางแทรกบรรทัดปัจจุบัน

การจัดการเกี่ยวกับไฟล์

เมื่ออยู่ในโหมด command เราสามารถกระทำการเหล่านี้ได้ (ถ้าอยู่ในโหมดการพิมพ์ให้กด Esc ออกมาก่อน)

  • :w = write (save) ไฟล ์
  • :w ชื่อไฟล์ = write (save) ไฟล์ ด้วยชื่อที่กำหนด
  • :wq = write (save) ไฟล์ และออกจาก vi (Quit)
  • :wq! = write (save) ไฟล์ และออกจาก vi (Quit) ใช่กรณี read-only file
  • :q! = ออกจาก vi โดยไม่ Save
  • :set
    • set nu = สั่งให้ vi แสดงหมายเลขบรรทัด
    • set ic = สั่งให้เวลา Search ไม่ดูการค้น ตัวเล็ก ตัวใหญ่ ใด ๆ (Ignore Case)
    • set nu ic สั่งให้ทำงานทั้ง 2 แบบ

หวังว่าคงไม่ยากเกินไปนะครับ

    Linux game ของฟรีก็มีดี

    0

    Posted on : 28-03-2010 | By : admin | In : game

    ใครว่าเกมส์บน Linux ไม่มีดี วันนี้ผมได้รวบรวมเกมส์บน Linux มาให้เ่ล่นดูที่สำคัญส่วนใหญ่เป็น open source ด้วยครับ

    SuperTux (เว็บไซต์: http://supertux.lethargik.org )
    เป็นเกมที่ตัวเอกเป็นนกเพนกวิ้น ตะลุยหิมะ เดินป่า แถมยิงไฟได้อีกต่างหาก แฟนพี่น้องมาริโอ้ เป็นต้องชอบครับสำหรับเกมส์แนวนี้

    supertux

    Tremulous ( เว็บไซต์: http://tremulous.net/ )
    เกมแรกเป็น Tremulous เกม Tremulous นี้เป็นเกมส์ประเภท FPS ซึ่งคือเกมส์ยิงแบบมุมมองบุคคลที่ 1 ใครไม่รู้ว่าคือเกมส์แบบไหน ก็ให้นึกถึงเกมส์แบบ Doom นั่นเอง เดิน ยิง เก็บปืน เลือดเยอะๆหน่อย ให้มันท่วมๆจอ ตัวเกมส์ Tremulous นี้ ใช้ Engine ของ Quake เป็น open source ให้ download กันฟรีๆ

    tremulous

    Sauerbraten (เว็บไซต์: http://sauerbraten.org/)
    คำว่า Sauerbraten เป็นคำในภาษาเยอร์มัน แปลได้ความหมายว่า “roast meat” เป็นเกมส์แนวเดียวกับเกมส์แรกครับ คือเดินแล้วยิง โดยเกมส์นี้ใช้ Engine ของ Cube 2

    Warzone 2100 (เว็บไซต์: http://wz2100.net/)
    Warzone 2100 จะเป็นเกมแนววางแผน หรือที่เรียกกันว่า RTS (real-time strategy) โดยในตอนแรก เกมนี้ทำขึ้นมาสำหรับเครื่อง PlayStation และ Windows ก่อนครับ แล้วถึงมีสำหรับ Linux ในภายหลัง

    Glest (เว็บไซต์โครงการ: http://glest.wikia.com/wiki/GetGlest )
    glestเป็นเกม RTS เช่นเดียวกันกับ Warzone 2100 คือเป็น Engine ของเกมเป็น Glest Advanced Engine เขาบอกว่าถ้าใครเป็นแฟน StarCraft ต้องลองครับ

    ปรับแต่ง apache ให้รองรับ connection ได้มากขึ้น

    0

    Posted on : 28-03-2010 | By : admin | In : Apache

    apacheหลายๆคนอ่านจะเคยประสบปัญหาพอมีคนเข้าเว็บเยอะๆแล้วปรากฏว่าเว็บอืด ทั้งๆที่เครื่องก็แรง แถม Ram ก็เยอะ

    จริงๆแล้วสาเหตุมาจากโดยค่า default ของ apache จะสามารถรองรับ connection ได้ระดับนึง ซึ่งถ้าหากเราต้องการมากขึ้น จำเป็นที่จะต้องทำการปรับปรุงค่า configuration บางตัวเสียก่อน

    ไฟล์ที่เราต้องแก้ไขคือไฟล์ ⁄etc⁄httpd⁄conf⁄httpd·conf สามารถใช้ vi editor แก้ไขได้เลย

    แก้ตามนี้

    <IfModule prefork.c>

    StartServers 8

    MinSpareServers 15

    MaxSpareServers 40

    ServerLimit 1024

    MaxClients 1024

    MaxRequestsPerChild 4000

    <⁄IfModule>

    <IfModule worker.c>

    StartServers 2

    MaxClients 1024

    MinSpareThreads 25

    MaxSpareThreads 75

    ThreadsPerChild 25

    MaxRequestsPerChild 0

    <⁄IfModule>

    ค่าที่ตั้งก็ขึ้นอยู่กับจำนวน Ram ที่เรามี จากนั้น restart apache ด้วยคำสั่ง service httpd restart ก็เป็นอันจบ

    ปรับ Mysql ให้ใช้ cache เพื่อเพิ่มความเร็ว

    0

    Posted on : 28-03-2010 | By : admin | In : mysql

    โดยปกติแล้วโดย default ของ mysql จะไม่มีการเปิดใช้ cache ทำให้ต้องทำการ query ใหม่ทุกครั้ง

    เราสามารถทำการเปิดการใช้ cache ได้โดยการแก้ไขค่าในไฟล์ ⁄etc⁄my.cnf

    แต่ก่อนอื่นต้องเช็คดูก่อนว่า server ของเรามีไฟล์ ⁄etc⁄my.cnf อยู่หรือยัง ถ้ายังให้ช้คำสั่งนี้เพื่อหาตัวอย่างไฟล์ my.cnf ในเครื่องของเรา

    #find ⁄ -name *.cnf

    จะใช้ไฟล์ไหนขึ้นอยู่กับ Ram ของเรา รายละเอียดดูในแต่ละไฟล์ได้เลย

    จากนั้น copy file นั้นไปเป็น my.cnf โดยคำสั่ง

    #cp (file) ⁄etc⁄my.cnf

    จากนั้นทำการแก้ไข ⁄etc⁄my.cnf โดยเพิ่มบรรทัดนี้เข้าไป

    query_cache_type= 1

    แล้วอาจจะทำการ เพิ่มขนาดของ cache โดยแก้

    query_cache_size= 64M

    ในตัวอย่างเพิ่ม cache เป็น 64M

    จากนั้น restart mysql ด้วยคำสั่ง

    service mysqld restart

    เป็นอันเสร็จ

    การ start stop service ต่างๆใน Linux

    0

    Posted on : 28-03-2010 | By : admin | In : Linux

    ก่อนอื่นต้องบอกว่า Linux ที่ผมใช้คือตัว Redhat , CentOS และ Fedora ซึ่งสามารถใช้ คำสั่งเหล่านี้ได้ทั้งหมด

    ก่อนอื่นลองเข้าไปดูก่อนว่าเครื่องนี้มี Service อะไรบ้าง

    #cd  ⁄etc⁄init.d/

    #ls

    # ls

    acpid avahi-dnsconfd da-popb4smtp functions ip6tables kudzu multipathd network oddjobd readahead_early single xfs

    anacron bluetooth dhcdbd gpm iptables lvm2-monitor mysqld NetworkManager pand readahead_later smartd xinetd

    apmd capi directadmin haldaemon irda mcstrans named NetworkManagerDispatcher pcscd restorecond sshd ypbind

    atd conman dovecot halt irqbalance mdmonitor named.back nfs portmap rpcgssd startips yum-updatesd

    auditd cpuspeed dund hidd isdn mdmpd netconsole nfslock proftpd rpcidmapd syslog

    autofs crond exim httpd killall messagebus netfs nscd psacct rpcsvcgssd vm-pop3d

    avahi-daemon cups firstboot ibmasm krb524 microcode_ctl netplugd ntpd rdisc saslauthd

    ชื่อไฟล์คือชื่อ service ทั้งหมดที่เรามีในเครื่องนี้

    โดยปกติแล้วสามาร start stop ได้โดยคำสั่ง

    service (name) start

    service (name) stop

    service (name) restart

    หรือ ⁄etc⁄init.d⁄(name) start ก็ได้เช่นกัน

    ตัวอย่างการ start ตัว apache webserver

    service httpd start

    การ restart mysql

    service mysqld restart

    คำสั่ง linux พื้นฐานที่ต้องใช้

    0

    Posted on : 21-03-2010 | By : admin | In : Linux

    1. ls ใช้ list ดูว่ามีไฟล์และ directory ใดบ้าง ( แต่ผมชอบใช้ ll มากกว่า )

    ตัวอย่างการใช้ #ls -lah

    ความหมายคือแสดงไฟล์ทั้งหมดใน directory นี้แบบมีรายละเอียดและอ่านง่าย

    2. pwd ใช้ดูว่าขณะนี้อยู่ใน directory ใด

    ตัวอย่างการใช้ #pwd

    3. cd เปลี่ยนไปยัง directory ที่ต้องการ

    ตัวอย่างการใช้ #cd root

    ความหมายคือเข้าไป directory ที่ชื่อ root

    4. mv ใช้ย้ายและเปลี่ยนชื่อไฟล์และ directory

    ตัวอย่างการใช้ #mv name1.log name2.log

    ความหมายคือเปลี่ยนชื่อไฟล์ name1.log เป็น name2.log

    5. mkdir ใช้สร้าง directory

    ตัวอย่างการใช้ #mkdir name1

    ความหมายคือให้สร้าง directory ชื่อ name1 ใน directory ปัจจุบัน

    6. rm ใช้ลบไฟล์และ directory

    ตัวอย่างการใช้ #rm name1.log

    ความหมายคือให้ลบไฟล์ name1.log ใน directory ปัจจุบัน

    7. ps ใช้ดู process ที่กำลัง run อยู่

    ตัวอย่างการใช้ #ps -ef

    ความหมายคือให้แสดง process ที่ run อยู่ พร้อมทั้งรายละเอียด

    8. top ใช้ดู status ของ cpu , process , ram

    ตัวอย่างการใช้ #top

    9. cat ใช้ print ข้อมูลของไฟล์ออกมาดู

    ตัวอย่างการใช้ #cat name1.log

    ความหมายคือให้แสดงข้อมูลในไฟล์ name1.log ออกมา

    10. touch ใช้สร้างไฟล์ใหม่

    ตัวอย่างการใช้ #touch name2.log

    ความหมายคือให้สร้างไฟล์ใหม่ชื่อ name2.log